ประเทศจะต้องอยู่ใต้อำนาจเผด็จการหรือประชาธิปไตย? เศรษฐกิจจะเจริญเติบโตโดยที่ความมั่นคงกระจายถึงคนทุกชนชั้นอย่างเสมอภาคมากขึ้นได้อย่างไร? ทรัพยากรและความเจริญจะถูกกระจายออกจากหัวเมืองหลักและตัวเมืองได้หรือไม่? รัฐจะจัดสวัสดิการทั่วหน้าให้ประชาชนทุกคนได้อย่างไร? ประชาชนทุกคนจะสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพใกล้บ้าน ตอบความต้องการของนักเรียนแต่ละคนได้เมื่อไหร่?
คำถามเหล่านี้ล้วนสะท้อนสภาพความเป็นจริงของสังคม ที่เราคงเคยถูกตั้งคำถาม หรือมีโอกาสได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับมันมาก่อน ทุกคำถามเป็นประเด็นที่ใหญ่และสำคัญสำหรับเราทุกคนที่โหยหาและอยากเห็นสังคมที่ก้าวหน้า
ในสภาวะของสังคมที่ถูกรวบอำนาจเบ็ดเสร็จโดยเผด็จการ พลังและความร่วมของประชากรทุกคน ทุกกลุ่มวัยจึงสำคัญต่อการกำหนดชะตาและอนาคตของสังคม
กลุ่มประชากรคนรุ่นใหม่วัย 18-25 ปี มีอยู่กว่า 7 ล้านคน 7 ล้านเสียงเท่ากับตัวแทนในสภากว่า 87 ที่นั่ง แม้จะไม่เคยเลือกตั้งมาก่อน แต่มีอำนาจมากพอที่จะกำหนดอนาคต มีพลังและโอกาสเกินพอที่จะสร้างความก้าวหน้าให้กับสังคม
แต่คนรุ่นใหม่จะสนใจการเมืองไหม? จะเฉยๆ ไม่ใส่ใจสังคมหรือเปล่า? …. ช่างไม่เข้าใจคนรุ่นใหม่จริงๆเลย …
ช่องว่างระหว่างวัยทางการเมือง
ช่องว่างระหว่างวัยกลับมาแล้ว แต่ไม่ใช่แบบที่เราเคยรู้จักมัน (The Generation gap is back – but not as we know it) บทความโดย Brigid Delaney ตีพิมพ์ใน The Guadian วันที่ 14 เมษายน 2018 เสนอว่า ไลฟ์สไตล์ของคนระหว่างรุ่นที่ไม่ได้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอาจทำให้เราเข้าใจว่าช่องว่างระหว่างวัยได้สิ้นสุดลงไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง เรากำลังอยู่กับความขัดแย้งเชิงอุดมคติระหว่างมิลเลนเนียลและคนรุ่นก่อนหน้าอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ช่องว่างระหว่างวัยในปัจจุบัน “ไม่ใช่เรื่องของสไตล์ ไม่ใช่รสนิยมทางดนตรี แต่มันเป็นเรื่องของการใช้ภาษา การต่อสู้เพื่อการมีส่วนร่วมของทุกคนอย่างกว้างขวาง ความหลากหลาย และโครงสร้างอำนาจ (inclusivity, diversity and power structures)”
Pew Research Center เปิดเผยในรายงาน The Generationa Gap in American Politics ว่า มิลเลนเนียลเป็นกลุ่มประชากรที่มีความเชื่อแบบเสรีนิยม (liberal) และเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด เทียบกับกลุ่มประชากรทั้งหมดที่บรรลุนิติภาวะแล้ว โดยชุดข้อมูลนี้แบ่งประชากรเป็น 4 กลุ่มได้แก่ 1) มิลเลนเนียล (22-37 ปี), 2) เจนเอ็กซ์ (38-53 ปี), เบบี้บูมเมอร์ (54-72 ปี) และไซเรนเจนฯ (73-90 ปี)
มิลเลนเนียลมีแนวโน้มที่มีความเชื่อที่เปิดกว้างแบบเสรีนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างจากเบบี้บูมเมอร์และไซเรนเจนเนอเรชันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะในมุมมองด้านผู้อพยพ และประเด็นที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ (race) นโยบายต่างประเทศ ตลอดจนหน้าที่และการทำงานของรัฐ
รายงานชุดนี้ยังได้เสนอข้อมูลเชิงสถิติที่ทำให้เห็นว่า ช่องว่างระหว่างช่วงวัยได้แบ่งแยกทัศนคติทางการเมืองในอเมริกาอย่างชัดเจนในหลายประเด็น ตัวอย่าง
- การแต่งงานเพศเดียวกัน ได้รับการสนับสนุนโดยกลุ่มมิลเลนเนียลมากที่สุด (73%) ตามด้วยเจนเอ็กซ์ (65%) เบบี้บูมเมอร์ (56%) และไซเรนเจนฯ (41%)
- กว่า 52% ของมิลเลนเนียลเห็นด้วยว่า การเหยียดสีผิวเป็นอุปสรรคหลักที่ทำให้คนผิวดำไม่สามารถมีความก้าวหน้าในชีวิตได้ เทียบกับ 40% ของเจนเอ็กซ์ 36% ของเบบี้บูม และ 28% ของไซเรนเจนฯ
- 67% ของมิลเลนเนียลเห็นด้วยว่ารัฐบาลสหรัฐมีหน้าที่จัดประกันสุขภาพทั่วหน้าให้กับคนอเมริกันทุกคน เทียบกับ 58% ของเจนเอ๊กซ์ 57% ของบูมเมอร์และ 52% ของไซเรนเจนฯ
- 71% ของมิลเลนเนียลเห็นด้วยว่าการใช้กัญชาควรถูกกฎหมาย เทียบกับ 66% ของเจนเอ็กซ์ 56% ของบูมเมอร์ และ 35% ของไซเรนเจนฯ
- สำหรับมุมมองต่อผู้อพยพ ในขณะที่ 79% ของมิลเลนเนียลเห็นด้วยว่าผู้อพยพทำให้ประเทศแข็งแกร่งขึ้นด้วยการทำงานหนักและศักยภาพของพวกเขา 66% ของเจนเอ็กซ์ 56% ของบูมเมอร์ และ 47% ของไซเรนเจนฯเท่านั้นที่เห็นด้วย
- มุมมองด้านการฑูตและทหาร 77% ของมิลเลนเนียลเห็นด้วยว่าการฑูตที่ดี (ดีกว่าการมีกองทัพที่แข็งแกร่ง) เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการรักษาความสงบ
- ในมุมมองด้านศาสนาและศีลธรรม 62% ของไซเรนเจนฯเห็นว่าศาสนาและความศรัทธาต่อพระเจ้าจำเป็นสำหรับการเข้าถึงคุณค่าและศีลธรรมอันดี เทียบกับ 49% ของบูมเมอร์ 43% ของเจนเอ็กซ์ 29% ของมิลเลนเนียล
ความหลากหลายของประชากรรุ่นใหม่อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความแตกต่างนี้ จำนวนประชากรผิวสีและต่างเชื้อชาติที่เพิ่มสูงขึ้นในคนรุ่นใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา กว่า 40% ของมิลเลนเนียลเป็นบุคคลผิวสี ในขณะที่กว่า 79% ของไซเรนเจนฯเป็นคนผิวขาว
กลับมาที่สังคมไทย
งานวิจัยโดยองค์กร New Ground ระบุให้เห็นถึงช่องว่างของความแตกต่างระหว่างความสนใจของผู้ใหญ่และเยาวชน โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 5 ส่วน ได้แก่
- พื้นที่ – เมื่อพูดถึงพื้นที่ ผู้ใหญ่จะนึกถึงชุมชนทางกายภาพ เช่น ชุมชนบ้านหนองเส้ง ในขณะที่คนรุ่นใหม่นึกถึงกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน เช่น กลุ่มนักวาด กลุ่มศิลปะการแสดง กลุ่มนักเขียน
- มุมองต่อความดี – ผู้ใหญ่เชื่อในความดีวัตถุสิสัย ความดีมีรูปแบบเดียว ต้องเหมือนๆกัน เช่น สูบบุหรี่ไม่ดี ชีวิตที่ดีมีวิถีที่สำเร็จรูป ในขณะที่เยาวชนจะตั้งคำถามต่อจริยธรรมและมายาคติที่สังคมสร้างขึ้น
- การเรียนรู้ – ผู้ใหญ่จะเน้นความรู้เท่าทันและกระบวนการเรียนรู้ด้วยท่าที่ที่เชื่อว่าเยาวชนรู้ไม่ทัน จึงต้องมีผู้รู้มาสอน ในขณะที่เยาวชนตระหนักรู้ว่าตัวเองไม่สมบูรณ์แบบ อยากจะหาวิธีพัฒนาตนเองโดยเข้าถึงคำแนะนำต่างๆได้ด้วยตัวเอง
- การเข้าใจอารมณ์ – ผู้ใหญ่สนใจสุขภาวะ ทำอย่างไรเราถึงจะมีความสุข ในขณะที่เยาวชนสนใจทุกขภาวะ ทำอย่างไรจึงจะเข้าใจความทุกข์ และอยู่ร่วมกับอารมรณ์ที่ซับซ้อนได้
เนื่องจากสังคมมีบรรทัดฐานว่าเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่คืออนาคต ที่จะมาแทนผู้ใหญ่ที่มากพร้อมด้วยความรู้และประสบการณ์ ปัจจุบันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่จะต้องจัดการ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจระดับชุมชนหรือสังคม เราจึงเห็นผู้ใหญ่วัย 50+ คิดและทำ เพื่อเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ และสังคม ที่ซึ่งมีคนทุกกลุ่มวัยเป็นสมาชิก มีส่วนได้ส่วนเสีย และมีประสบการณ์ร่วมกัน (หืมมม เป็นเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่นี่มันช่างเหนื่อยและหดหู่จริงๆ มีหัวให้คิด มีหัวใจให้รู้สึก แต่ไม่เคยได้ใช้ ต้อง … รออนาคต)
ในทางการเมือง ประชากรกลุ่มนี้จะเป็นแค่ฐานเสียง เป็นผู้ชมรอรับการตัดสินใจจากกลุ่มคนที่ไม่ได้ยึดโยงกับความต้องการของประชาชน ไม่ได้มองโลกแบบเดียวกับพวกเขา หรือ จะเป็นผู้เล่น ร่วมกำหนดชะตาสังคม สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยความเชื่อและคุณค่าที่พวกเขาใช้ทำความเข้าใจโลก โดยเริ่มต้นจากประเด็นที่เป็นปัญหาของพวกเขา ณ ตอนนี้ เช่น
ทำไมต้องมีรับน้อง? ทำไมต้องบังคับตัดผม ทำใส่ชุดนักเรียน นักศึกษา? รักคนเพศเดียวกัน แต่งงานกันได้ไหม? ทำไมยังต้องบังคับเกณฑ์ทหาร เรียนรด.อีกนะ ทั้งๆที่คนไม่เห็นด้วยก็เยอะจะตายไป? ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิง และเป็นผู้ชายตามที่สังคมคาดหวัง ทำไมต้องถูกทำให้รู้สึกเหมือนตัวตลก ตัวประหลาดขนาดนี้ด้วย? ผู้ใหญ่ละเมิดสิทธิ บังคับเด็กด้วยอำนาจอันไม่ชอบธรรม แล้วเราทำอะไรได้บ้าง? ทำไมไม่มีพื้นที่สาธารณะที่ต้อนเรารับทำกิจกรรมแบบที่พวกเราสนใจมากกว่านี้? อยากจะใช้ชีวิตอย่างมีอิสระและพึงพาตัวเอง แต่ช่างไม่มีความเป็นไปได้เอาซะเลย ทำไงดี? ทำให้กัญชาถูกกฏหมายได้มั้ยนี่?
ด้วยประสบการณ์ที่เรามี ณ ตอนนี้ คำถามเรานี้อาจจะดังและสำคัญกับเราบางคนมาก บางคำถามอาจดูวิปริต ไร้สาระสำหรับเราบางคน แต่เราทุกคนอยู่ในสังคมนี้ร่วมกัน มีประเด็นและปัญหาที่สำคัญกับตัวเองที่ต้องการการแก้ไข ดังนั้น หากจะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ เราคงจะต้องให้พื้นที่และอำนาจสำหรับการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม ทุกวัยในการร่วมออกแบบและกำหนดอนาคตของสังคมนี้ร่วมกัน
กันต์พงศ์ ทวีสุข
เผยแพร่ครั้งแรกในรูปแบบสื่อวีดีโอทาง Youtube Channel ของเครือข่ายคนรุ่นใหม่-พรรคอนาคตใหม่
อ้างอิง
- The Generation Gap in American Politics – http://www.people-press.org/2018/03/01/the-generation-gap-in-american-politics/
- The generationap gap is back – but not as we know it – https://www.theguardian.com/commentisfree/2018/apr/14/the-generation-gap-is-back-but-not-as-we-know-it
- Newground https://www.facebook.com/newground.th/

